|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
รู้จักกับเห็ดหลินจือสมุนไพรใกล้บ้าน |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
เห็ดหลินจือ
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ซึ่งได้ค้นพบสรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือจำนวนมาก ที่สำคัญได้แก่
การเสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
การบำรุงตับและการควบคุมโรคมะเร็ง โดยสรรพคุณเหล่านี้เป็นการวิจัยในเห็ดหลินจือสีแดงน้ำตาลเท่านั้น |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ในประเทศไทย สามารถพบเห็ดหลินจือในธรรมชาติได้เกือบทุกภาคของประเทศ
ซึ่งก็จะมีชื่อเรียกพื้นบ้านที่ต่างกันไป เช่น เห็ดจวักงู เห็ดกระด้าง เห็ดไม้
เห็ดนางกวักฯลฯ และพบว่ามีการใช้เห็ดหลินจือในการป้องกันโรคหวัด
แก้พิษงู และแมลงสัตว์กัดต่อย แก้อาการเมาเห็ด บำรุงกำลัง แก้ปวดหลัง
และรักษาโรคภายใน ซึ่งในปัจจุบันมีสถาบันต่างๆหลายแห่งได้ศึกษาวิจัยเห็ดหลินจือ |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ส่วนในด้านกฎหมายได้มีการจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ไว้ในสรรพคุณเรื่องการบำรุงร่างกายเท่านั้น
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
สรรพคุณทางยา : |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
2. ระบบทางเดินหายใจ โรคหลอดลมอักเสบ โรคหอบหืด
โรคภูมิแพ้ |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
3. ระบบไหลเวียนของโลหิต โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ
โรคเม็ดเลือดขาวต่ำ ขจัดสารพิษในหลอดเลือด |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
< บรรเทาอาหารปวด โรคประสาท โรคตับแข็ง
โรคไตอักเสบ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง เช่น
พร้อมทั้งยังสามารถบรรเทาอาการของโรคอื่นๆได้> |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
สำหรับผู้ที่มีสภาพร่างกายปกติก็สามารถรับประทานเห็ดหลินจือได้เพื่อเป็นการบำรุงสมอง
เพิ่มภูมิต้านทานโรคต่างๆ บำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่ง สดใส ชะลอความชรา
เมื่อรับประทานเห็ดหลินจือได้ 1 วันอาจจะเกิดปฏิกริยาทางระบบขับถ่าย
ของร่างกายและผิวพรรณ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าสารโพลีแซคคาไรด์ในเห็ดหลินจือได้เริ่มขับถ่ายสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายออกมา
และเมื่อรับประทานติดต่อกัน 2-4 วัน
อาการต่างๆเหล่านี้จะหายไปเองและจะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
เหมาะสำหรับ: |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ปริมาณที่ใช้: การใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็ง : ใช้เห็ดหลินจือแห้งวันละ 9-15 กรัม/วัน หรือ เห็ดหลินจือสกัดวันละ
2 กรัม/วัน |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
การใช้เพื่อรักษาโรคทั่วไป : ใช้เห็ดหลินจือแห้งวันละ 3-6 กรัม/วัน หรือ เห็ดหลินจือสกัดวันละ
0.5-2 กรัม/วัน |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
การใช้บำรุงร่างกาย : ใช้เห็ดหลินจือแห้งวันละไม่เกิน 6 กรัม/วัน
หรือ เห็ดหลินจือสกัดวันละ 0.01-0.5 กรัม/วัน |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ผลการวิจัย สรรพคุณทางยาของ
เห็ดหลินจือ |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
http://www.myherb.is.in.th/?md=content&ma=show&id=8&PHPSESSID=67241de6898f916a470bd36066911941 |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
พบสรรพคุณ เห็ดหลินจือ ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยโรคไต |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
เห็ดหลินจือ
เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายและรักษาโรคเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลานาน
ล่าสุดอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
ได้นำสรรพคุณของพืชที่มากคุณค่าชนิดนี้มาใช้รักษาผู้ป่วยโรคไตร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน
ซึ่งมีผลทำให้อาการไข่ขาวรั่วในปัสสาวะของผู้ป่วยไตลดลงและป้องกันภาวะเข้าสู่ไตวายได้ |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
รศ.พญ.ดร.นริสา ฟูตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้เปิดเผยถึงสถิติของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังว่ามีประมาณ ๒๕๐ คน
ต่อหนึ่งล้านคนต่อปี ผู้ป่วยไตเรื้อรังที่เข้าสู่ภาวะไตวายขั้นสุดท้ายต้องเข้ารับการฟอกไตหรือเปลี่ยนไตอยู่ในอัตรา
๗% ต่อปี และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังพบว่า ๓ - ๕%
ของผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บจะมีความผิดปกติของไต
สาเหตุของการเกิดโรคไตนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด
แต่อาจมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องร่วมกับสิ่งกระตุ้น เช่น
การติดเชื้อ ได้รับสารพิษ ฯลฯ
อย่างไรก็ตามสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการไตวายขั้นสุดท้ายมาจากปัจจัยเสี่ยงคือ
การเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต
ไขมันในเลือดสูงปัจจุบันวิธีรักษาโรคไตจะรักษาโดยการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุทำให้ป่วยเป็นโรคไตร่วมกับการให้ยา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยากดภูมิคุ้มกันซึ่งใช้ได้ผลในผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น
ผู้ป่วยที่มีอาการไตเรื้อรังขั้นรุนแรงจะมีการตายของเนื้อไต
ในที่สุดจะเข้าสู่ภาวะไตวายขั้นสุดท้ายภายในระยะเวลา ๑๐ - ๑๕ ปี |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
รศ.พญ.ดร.นริสา กล่าวต่อไปว่า จากการศึกษาร่วมกับนักวิจัยหลายท่านได้นำไปสู่การนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคไตร่วมกับยาแผนปัจจุบัน
เห็ดหลินจือได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องการสร้างสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเป็นพิษที่มีอยู่ในเลือดซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาโรคต่างๆ
จึงเป็นที่มาของการนำพืชสมุนไพรชนิดนี้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีอาการดื้อต่อการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน
โดยปกติแล้วเซลล์บุผิวหลอดเลือดในร่างกายของเราจะทำหน้าที่สร้างสารขยายหลอดเลือดทำให้เลือดแข็งตัวและหลอดเลือดไม่อุดตัน
จากการศึกษาวิจัยโดยการตรวจสอบน้ำเลือดของผู้ป่วยในหลอดทดลองซึ่งมีเซลล์บุผิวหลอดเลือดพบว่าน้ำเลือดในผู้ป่วยจะทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือดตายในอัตราที่สูง
เนื่องจากในน้ำเลือดของผู้ป่วยมีสารกระตุ้นการอักเสบ
ซึ่งทำให้เซลล์บุผิวหลอดเลือดรวมไปถึงเซลล์ไตตาย ในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง
แสดงให้เห็นถึงภาวะสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเสียไป
เลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงไตจึงพร่อง ทั้งนี้จากการศึกษาโดยการให้เห็ดหลินจือในรูปของแคปซูลแก่ผู้ป่วยโรคไตร่วมกับยาแผนปัจจุบันคือยาขยายหลอดเลือด
ผลการศึกษาพบว่าสารที่เสริมการอักเสบมีภาวะลดน้อยลง
สารต้านการอักเสบมีภาวะที่สูงขึ้นและทำให้การตายของเซลล์บุผิวหลอดเลือดลดลง
มีเลือดไปเลี้ยงไตเพิ่มขึ้น อัตราการกรองของเสียเพิ่มมากขึ้น
ในขณะเดียวกันระดับของโปรตีนหรือไข่ขาวที่รั่วออกมาในปัสสาวะก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ช่วยฟื้นฟูสมรรถนะการทำงานของไตได้ดียิ่งขึ้น
เป็นการยืดอายุการเข้าสู่ภาวะไตวายได้ |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
รศ.พญ.ดร.นริสา
ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคไตว่าผู้ป่วยจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการดำเนินชีวิตโดยให้ความสำคัญในเรื่องอาหาร
น้ำ อากาศ การออกกำลังกาย การกำจัดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนในปริมาณที่จำกัด
ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติ นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารให้ครบ ๕
หมู่ ดื่มน้ำให้มากเพียงพอเพื่อไม่ให้ไตขาดเลือด
ที่สำคัญคือควรงดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด |
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
|
http://w3.chula.ac.th/research/CU_Onlin/june/June24_1/june24_2.htm |