|
ระวัง! ยาแผนโบราณเถื่อน
ปนเปื้อน สเตียรอยด์ |
|
|
|
|
|
เตือน!อย่าหลงเชื่อยาแผนโบราณเถื่อนที่ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา
อวดอ้างสรรพคุณหายทันตาอาจปนเปื้อนสเตียรอยด์ ส่งผลเสียต่อกระดูกผุ
เปาะ หัก มีแผลในกระเพาะ ติดเชื้อง่าย ภูมิต้านทานต่ำ แนะเลือกซื้อยาแผนโบราณจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาต
และมีฉลากระบุรายละเอียดของตัวยาอย่างชัดเจนเท่านั้น |
|
|
|
นพ.ไพจิตร์ วราชิต
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงปัญหาการปนเปื้อนยาแผนปัจจุบัน
ในยาแผนโบราณที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนยา ว่า
ปัจจุบันผู้ผลิตยาแผนโบราณที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนยาจำนวนมาก
นิยมใช้วิธีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริงชวนให้ประชาชน เชื่อว่า ถ้าได้บริโภคผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณดังกล่าวแล้วจะหายจากอาการที่เป็นอยู่อย่างรวดเร็ว
เพื่อให้ประชาชนสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของตน
ประชาชนจึงไม่ควรหลงเชื่อตามคำโฆษณา เพราะสรรพคุณในการรักษาโรคดังกล่าว
ไม่ใช่ผลที่เกิดมาจากตัวยาแผนโบราณเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลที่เกิดจากการนำตัวยาแผนปัจจุบัน อาทิ สเตียรอยด์
หรือยาแก้ปวดมาผสมเข้ากับตัวยา |
|
|
|
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า
จากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสำนักยาและวัตถุเสพติด ที่ติดตามเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพยาแผนโบราณและยาสมุนไพร อย่างต่อเนื่องพบว่า ยาแผนโบราณที่มีลักษณะเป็นยาลูกกลอนสีน้ำตาลแดง
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 13-15 มิลลิเมตร
ที่ไม่มีฉลากแจ้งชื่อยา ผู้ผลิต และเลขทะเบียนยา
มีความถี่ในการบริโภคของประชาชนมากกว่ายาแผนโบราณชนิดอื่น จำนวน 28 ตัวอย่าง พบการปนเปื้อนตัวยา เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) เพรดนิโซโลน (Prednisolone) ซึ่งเป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ ในทุกตัวอย่าง
โดยยาในกลุ่มสเตียรอยด์ดังกล่าวนั้นเป็นยาแผนปัจจุบันชนิดควบคุมพิเศษสำหรับใช้รักษาอาการปวดตามข้อ
ลดการอักเสบ และผู้ใช้ต้องยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น เพราะตัวยาดังกล่าวมีอันตรายต่อผู้ใช้
เช่น ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทั้งยังส่งผลให้เกิดอาการกระดูกผุ
เปราะและหักง่าย ร่างกายอืดบวม และส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อง่ายภูมิคุ้มกันต่ำ |
|
|
|
นอกจากนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ยังตรวจพบยาแผนปัจจุบันชนิดอื่นที่ผู้ผลิตนำมาปนปลอมในยาแผนโบราณชนิดผงที่ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา
เช่น ยาพาราเซตามอล ยาระบายอ่อนๆ ประเภทฟีนอฟทาลีน และยาแก้แพ้
ประเภทคลอเฟนิรามีน โดยประชาชนที่บริโภคผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณดังกล่าวจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าอาการปวดที่หายไปหลังจากรับประทานยาแผนโบราณนั้นเป็นผลมาจากยาสเตียรอยด์หรือยาพาราเซตามอล
ซึ่งมีผลเสียกว่ายาสมุนไพรหลายเท่า |
|
|
|
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กล่าวต่อถึงวิธีการป้องกันและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรว่า ผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการใช้ยาแผนโบราณที่ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา
โดยเฉพาะยาลูกกลอนสีน้ำตาลแดง หรือผู้ป่วยที่ทราบว่ายาแผนโบราณหรือ
ยาสมุนไพรที่บริโภคอยู่นั้นมีการปนเปื้อนยาในกลุ่มสเตียรอยด์ควรรีบปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดรับประทานยา
เพราะถ้าหยุดรับประทานยาอย่างกะทันหันอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ |
|
สำหรับการเลือกซื้อยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพรนั้น
ประชาชนควรเลือกซื้อยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพรจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาต
มีฉลากระบุ ชื่อยา เลขทะเบียนตำรับยา วัน เดือน ปี รุ่นและสถานที่ผลิตที่ชัดเจน
นอกจากนี้ไม่ควรซื้อยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพรจากรถเร่ ตลาดนัด
หรือการขายตรงในทุกสถานที่
ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประชาชนผู้บริโภคก็จะสามารถลดความเสี่ยงในการใช้ยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพรได้ ที่มา http://www.kachon.com/board/index.php?showtopic=2634 Mar
31 2007, 08:55 |