|
|
|
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ
สเตียรอยด์
|
|
สเตียรอยด์ เป็นชื่อเรียกของกลุ่มฮอร์โมนที่ถูกสร้างจากต่อมหมวกไต (Adrenal
cortex steroids) ถูกสร้างขึ้นจากสารตั้งต้นที่เรียกว่า คอเลสเตอรอล (Cholesterol) ซึ่งสเตียรอยด์ที่ถูกสร้างขึ้น มีหลักๆ 2 ชนิด คือ Cortisol ถูกสร้างวันละประมาณ
20 -30 มิลลิกรัมถูกหลั่งออกซึ่งจะมากหนือน้อยต่างกันตามช่วงเวลา Diurnal Pattern นอกจากนี้เมื่อออกกำลังกาย ภาวะที่ร่างกายมีความเครียด วิตกกังวล
ซึมเศร้า มีบาดแผล ได้รับการผ่าตัด ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เนื่องจากมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ผลต่อการเจริญเติบโต การแบ่งเซลล์ กล้ามเนื้อ กระดูก ดังที่กล่าวมาจะ |
|
สำหรับสเตียรอยด์ที่ใช้ในทางการแพทย์นั้น เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นจาก ผลิตเป็นยาแผนปัจจุบันเพื่อ ใช้ประโยชน์ในการรักษาโรค
รวมถึงใช้ทดแทนในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนดังกล่าวได้ โดยยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์นี้ กฎหมายกำหนดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ เนื่องจากมีความเป็นพิษสูง และเป็นอันตราย
และต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายเท่านั้น |
|
|
|
ยากลุ่มสเตียรอยด์ Hydrocortisone Prednisolone
Triamcinolone Fluocinolone Betamethasone
Clobetasol Desoximetasone Prednicarbate
Mometasone Beclomethasone Budesonide Dexamethason |
|
ถ้าสังเกตจากชื่อยาจะเห็นว่า มักลงท้ายด้วย -one หรือ -ol เสมอ ยกเว้นบางตัว ดังนั้นจึงพอใช้เป็นข้อสังเกตว่ายาแผนปัจจุบันตัวไหนเป็นสเตียรอยด์ หรือไม่ถ้าพบว่ายาที่ได้นั้นมีชื่อเหล่านี้ก็เป็นที่ทราบเลยว่า |
|
|
|
ยากลุ่มสเตียรอยด์มีประโยชน์ และ โทษดังนี้ |
|
ประโยชน์ ทดแทนภาวะขาดฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
ข้ออักเสบเฉพาะที่รุนแรงควบคุมไม่ได้ด้วยยามาตรฐาน โดยให้ยาด้วยวิธีรับประทาน
หรือ ฉีดเข้าข้อโดยตรง |
|
หัวใจอักเสบรูมาติก โรคไต บางชนิด เช่น Glomerulonephritis, Nephrotic
syndrome |
|
โรคเกี่ยวกับคอลลาเจนบางชนิด เช่น Polymyositis, Polyarteritis
nodusa, |
|
systemic lupus erythematosus
(SLE) โรคภูมิแพ้ ที่รุนแรง ควบคุมด้วยยามาตรฐานแล้วไม่ได้ผล เช่น
หอบหืดอย่างรุนแรง โรคปอดเรื้อรัง โดยส่วนใหญ่ใช้ในรูปของยาพ่น กิน หรือ ฉีด โรคตา ในรูปหยอด หรือป้ายตา โรคผิวหนังผื่นแพ้
ในรูปยาทาเฉพาะที่ |
|
โรคทางเดินอาหาร ได้แก่ Ulcerative colitis, Crohn's disease โรคตับ Subacute Hepatic Necrosis, Chronic active
Hepatitis, ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์และตับแข็งในสตรีที่ไม่ดื่มสุรา
โรคมะเร็งในโรค Lymphoblastic Leukemia มะเร็งเต้านม ป้องกันอาเจียนในผู้ที่ได้รับยาต้านมะเร็ง ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง โรคโลหิตจาง Immunohemolytic anemia การปลูกถ่ายอวัยวะ เพื่อให้เกิดการยอมรับอวัยวะผู้อื่นดีขึ้น |
|
|
|
โทษ ยามีฤทธิ์กดการทำงานของต่อมหมวกไต
ห้ามหยุดยาอย่างทันที หลังจากใช้เป็นระยะเวลานาน
เกิดลักษณะของผู้ที่ได้รับยาสเตียรอยด์นานๆ ที่เรียกว่า Cushing's Syndrome คือ
มีอาการบวม ท้องลาย สิวเม็ดเล็กที่มีลักษณะเฉพาะที่เรียกว่าสิวสเตียรอยด์ ผิวเข้มขึ้น ความดันโลหิตสูง อ่อนเพลีย
ขนขึ้นตามตัวติดเชื้อง่ายขึ้น เกิดเชื้อราในช่องปากง่ายขึ้น
เพราะยาจะไปกดระบบภูมิคุ้มกันที่คอยต่อต้านเชื้อโรค กดการเจริญเติบโตในเด็ก
เกิดความดันโลหิตสูง ระดับโปแตสเซียมในเลือดต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผิวหนังบาง เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ ภาวะกระดูกพรุน
(Osteoporosis) ความดันในลูกตาเพิ่มทำให้เป็นต้อหิน เลนส์กระจกตาขุ่น
เกิดต้อกระจกภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ทางเดินอาหารระคายเคือง
เกิดแผลในกระเพาะอาหาร |
|
|
|
ถ้าใช้ยามานาน แล้วหยุดยาทันที เกิดอาการถอนยา ทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน อ่อนล้า ปวดศรีษะ
มีไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ น้ำหนักตัวลดลง ความดันโลหิตต่ำ กดผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง อื่นๆ ได้แก่ แผลหายช้า เกิดห้อเลือด
ฟกช้ำง่ายมีไขมันสะสมมากที่ตับ ตับอ่อนอักเสบ มีขนขึ้นมาก ลดความรู้สึกทางเพศในผู้ชาย |
|
|
|
ใช้ยาอย่างไรให้ปลอดภัยจากสเตียรอยด์ มักตรวจพบการลักลอบใส่สเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ
ยาลูกกลอน ที่ผลิต จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาติจากกระทรวงสาธารณสุข
|
|
*****สังเกตยาแผนโบราณ หรือยาลูกกลอนต้องมีเลขทะเบียนตำรับยา วัน
เดือน ปี ที่ผลิตยา ชื่อและจังหวัดที่ตั้งผู้ผลิตยา ชัดเจน |
|
และมีเภสัชแผนโบราณ ประจำร้านซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขบังคับให้มีการติดป้ายใบอนุญาติ
และใบประกอบโรคศิลปะให้เห็นชัดเจน สามารถตรวจสอบได้หากเกิดปัญหา |
|
-** ซื้อยาจากร้านที่มีใบอนุญาตขายยา และมีเภสัชการประจำร้าน** |
|
- ไม่ใช้ยาชุดหรือซื้อยา จากร้านขายของชำ รถเร่ หรือแผงลอย
หรือยาจากผู้ไม่ได้ใบประกอบโรคศิลปะ |
|
|
|
เพียงเท่านี้เองนะคะ
คุณก็จะปลอดภัยจากการใช้ยาสมุนไพรหรือยาลูกกลอนได้อย่างดีทีเดียวคะ |