|
วัคซีน
ป้องกันมะเร็งปากมดลูก |
|
(HPV vaccine) |
|
|
|
กลับมาพบกันใหม่กับความรู้เรื่อง HPV vaccine นะคะ HPV
vaccine คืออะไร แหม! ก็เป็นวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกยังไงละคะ
ถ้าอย่างงั้นเรามาดูข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนชนิดนี้กันต่อเลยนะคะ |
|
|
|
|
|
HPV vaccine |
|
มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อ HPV
16/18 แบบเนิ่นนาน
และป้องกันรอยโรคก่อนมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อ HPV 16/18 ซึ่งก็คือเชื้อที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกนี่แหล่ะคะ |
|
|
|
ข้อบ่งชี้ในการได้รับ HPV
vaccine |
|
1.
เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV
สายพันธุ์เดียวกับวัคซีนที่ได้รับ |
|
2.
เพื่อป้องกันรอยโรคและมะเร็งอวัยวะเพศสตรีที่เกิดจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์เดียวกับวัคซีนที่ได้รับ |
|
|
|
ข้อห้ามใช้ HPV vaccine |
|
1.
ผู้ที่มีภาวะ hypersensitivity ต่อสารประกอบในวัคซีน เช่น ยีสต์ และสารอื่นๆ ในวัคซีน |
|
2.
ผู้ที่มีอาการที่บ่งชี้ว่าเคยมีภาวะ hypersensitivity หลังจากได้รับ HPV vaccine ครั้งแรก |
|
|
|
ผลข้างเคียงของ HPV
vaccine |
|
โดยทั่วไป HPV vaccine มีความปลอดภัยสูง ไม่พบอาการข้างเคียงชนิดรุนแรง อาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น ได้แก่ |
|
1.
อาการข้างเคียงบริเวณที่ได้รับ เช่น ปวด บวม แดงและคัน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง เป็นอยู่ชั่วคราวและหายไปเอง |
|
2.
อาการทั่วไป เช่น ไข้ พบประมาณร้อยละ 10 ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายไปได้เอง |
|
3.
อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียและผื่นคันตามตัว อาการเหล่านี้ไม่รุนแรงและหายไปได้เอง |
|
|
|
ช่วงอายุที่แนะนำให้ได้รับ
HPV vaccine |
|
ประสิทธิภาพของ HPV vaccine จะสูงสุดในสตรีที่ยังไม่ติดเชื้อ HPV ดังนั้นควรได้รับวัคซีนก่อนถึงวัยที่จะมีเพศสัมพันธ์หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV และรอยโรคที่จะเกิดตามมา ในปัจจุบัน HPV vaccine มีศักยภาพสูงในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อ HPV และรอยโรคของวัยวะเพศสตรีในช่วงอายุ 9-26 ปี ส่วนสตรีที่มีอายุมากกว่า 26 ปี
ยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพด้านการป้องกันการติดเชื้อ HPV และรอยโรค |
|
|
|
การได้รับ HPV vaccine |
|
ให้ฉีดครั้งละ
0.5 ซีซี เข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 3
ครั้ง ดังนี้ |
|
ครั้งที่ 1 ฉีดในวันที่กำหนดเลือก |
|
ครั้งที่ 2 ฉีดในเดือนที่ 1-2 หลังจากฉีดในครั้งแรก |
|
ครั้งที่ 3 ฉีดในเดือนที่ 6
หลังจากฉีดในครั้งแรก |
|
|
|
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ HPV
vaccine |
|
1.
HPV
vaccine ไม่สามารถใช้ทดแทนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ |
|
2.
HPV
vaccine อาจจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV รอยโรคก่อนมะเร็ง และมะเร็งปากมดลูกได้ทุกราย |
|
3.
HPV vaccine
ไม่สามารถป้องกันผลแปปสเมียร์ผิดปกติและไม่สามารถใช้รักษารอยโรคก่อนมะเร็งปากมดลูกได้ |
|
4.
HPV
16/18 vaccine ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อหรือรอยโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่นอกจาก HPV 16/18 ได้ |
|
5.
HPV vaccine
ไม่ได้ป้องกันโรคที่เกิดจากสาเหตุอื่นนอกจากเชื้อ HPV เช่น ตกขาวหรือกามโรค ฯลฯ |
|
6.
HPV vaccine
ในสตรีที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ระดับของแอนตี้บอดี้อาจจะต่ำกว่าในสตรีทั่วไป |
|
7.
หลังจากได้รับ HPV
vaccine แล้วไม่ควรมีเพศสัมพันธ์แบบสำส่อน
ควรมีเพศสัมพันธ์เชิงป้องกันการติดเชื้อ HPV ด้วย |
|
8.
ควรได้รับ HPV
vaccine
ให้ครบ 3 ครั้ง |
|
|
|
คุณทราบหรือไม่คะว่า ก่อนและหลังได้รับ HPV
vaccine ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยวิธีแปปสเมียร์หรือไม่ แล้วจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ HPV ก่อนได้รับวัคซีนหรือไม่ และสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว
มีข้อมูลด้านประสิทธิภาพด้านการป้องกันการติดเชื้อ HPV และรอยโรคหรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ |
|
|
|
เอกสารอ้างอิง |
|
การฉีด HPV vaccine (HPV vaccination). ชมรมคอลโปสโคปีและพยาธิสภาพปากมดลูก แห่งประเทศไทย (TSCCP). Copyright© 2006, It-gateways.com. All rights reserved |