|
หลากหลายเรื่องราวเกี่ยวกับ
.กาแฟ เหมือนเป็นประเพณีของบ้านเราไปแล้ว
ในการรับรองแขก หรือวงสนทนาจนเกิดเป็นคำเรียกติดปากว่า สภากาแฟ กันไปแล้วนะคะ ขอรวบรวมเรื่องราว
บทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ มาให้อ่านกัน
ก็มีบ้างที่แสดงว่ากาแฟก็มีประโยชน์ หรือ
และก็มีบ้างที่แสดงให้เห็นถึงผลเสียมากมายของแกแพนะคะ ลองมาดูกันดีกว่าคะ
|
|
|
|
น้ำชา..กาแฟ
ผลเสียผลดีต่อสุขภาพ น้ำชา-กาแฟเป็นแฟชั่นในการรับรองแขกตามสำนักงาน
เราสังเกตเห็นตามร้านค้าจะมีคนนั่งจับกลุ่มคุยกันกับการจิบกาแฟไปพลางด้วยคุณสมบัติอันหอมกรุ่น
รสชาติที่ขมแต่อร่อย ซึ่งถ้าพูดไปแล้วประสิทธิภาพช่วยสร้างความสดชื่นให้ผู้ดื่มได้
ทำให้น้ำชา กาแฟเป็น เครื่องดื่มสากลนานาชาติ แต่ทางการแพทย์พบว่า
เครื่องดื่มประเภทน้ำชากาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์เพราะสารคาเฟอีนใน
ชา กาแฟมีผลเสพติดอ่อนๆคือดื่มแล้วจะติด พอเวลาไม่ได้ดื่มจะหงุดหงิด มือสั่น
ใจสั่น สารคาเฟอีนนี้มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท
ซึ่งนอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมของยาประเภท ลดไข้บรรเทาปวดอีกด้วย
ถ้าร่างกายได้รับ คาเฟอีนจำนวนสูงประมาณ 3,000 -
10,000 มิลลิกรัม จะทำให้ตายในระยะอันสั้นได้
ถ้าเราดื่มกาแฟประมาณ 1/2 - 2 1/2 ถ้วย (50 - 200 มิลลิกรัม)
ลดความเมื่อยล้าได้ประมาณครึ่งวัน หรือดื่มกาแฟขนาด 3 - 7 ถ้วย (200 - 500
มิลลิกรัม) ทำให้มือสั่น กระวนกระวายโกรธง่าย และปวดศีรษะ
มีผลต่อหัวใจและเส้นเลือดคลายตัวหรือบีบรัดมากขึ้นเป็นบางแห่ง
กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจ อาจเพิ่มลดอัตราการเต้นของหัวใจ
อันตรายต่อผู้ป่วยที่ดื่มกาแฟมากๆ จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นหย่อมๆ
คาเฟอีนมีผลทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ไตรกลีเซอร์ไรด์สูงกรดไขมันอิสระสูง
จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีไขมัน ในเลือดสูง
ฤทธิ์ของคาเฟอีนเพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ
จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคไตไม่ทำงาน ผู้ที่ดื่มกาแฟ น้ำชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสมอยู่
รวมถึงการใช้ยาที่มีคาแฟอีนผสมอยู่รวมถึงการใช้ยาคาเฟอีนจนติดเป็นนิสัย จึงมีระดับคงทนต่อฤทธิ์คาเฟอีนสูงขึ้น
โดยที่คาเฟอีนจะมีฤทธิ์ต่อร่างกายน้อยกว่าปกติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการของประสาทตื่นตัว ปวดศีรษะ และปวดกระเพาะ
ความทนทานนี้จะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น การหยุดดื่มกาแฟจะมีผลทำให้ปวดศีรษะ
กระวนกระวายโกรธง่าย และไม่สนใจ สิ่งแวดล้อม สำหรับสตรีมีครรภ์นั้นไม่ควรดื่ม ชา กาแฟ
โดยเด็ดขาด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าคนเราควรได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 200
มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับประมาณ 2 ถ้วย ( คือ กาแฟ 1 ถ้วย ใส่ผงกาแฟสำเร็จรูป
2 ช้อนชา น้ำประมาณ 1 ถ้วย) เวลาที่เหมาะสมจะดื่มชากาแฟนั้น
ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน
บางคนดื่มตอนเช้าเพื่อให้ลำไส้กระปรี้กระเปร่า ถ่ายสะดวก
แต่จะทำให้หิวเร็วกว่าปกติ เพราะกาแฟจะกระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย เพราะฉะนั้นไม่ควรดื่มกาแฟแทนอาหารเช้า และ หันมาดื่มนมแทนจะดีกว่า
ถ้าคนที่นอนหลับยาก หรือมีภารกิจต้องตื่นแต่เช้า
ก็ไม่ควรดื่มกาแฟหลังอาหารเย็นวันนั้น
จะเห็นว่ากาแฟนั้นมีทั้งผลดีผลร้ายกับร่างกาย
ดังนั้นผู้ที่ไม่ได้อยู่ในข่ายต้องห้าม ก็อาจดื่มเป็นประจำทุกวันได้
แต่ต้องกำจัด ปริมาณให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ที่มา :http://www.thaihealth.or.th/news.php?id=1107&PHPSESSID=8206f85120bd1986872f58f6844a8e26 |
|
กาแฟ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ของคุณจริงหรือ? เอ่ยถึงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จะมีสักกี่คนนึกถึง
กาแฟทั้งนี้เพราะกาแฟ มีภาพลักษณ์ที่แม้ไม่ใช่เครื่องดื่มบั่นทอนสุขภาพ
แต่ได้ชื่อว่า เป็นเครื่องดื่มมีส่วนผสมของ กาเฟอีน ส่วนผสมสำคัญที่ว่า
ไม่ใคร่ดีต่อผู้เสพอันที่จริงสีสันและกลิ่นของกาแฟ
แตกต่างจากเครื่องดื่มให้โทษต่อร่างกายชนิดอื่น หรือพูดอีกที
แม้ถูกมองว่ามีส่วนผสมของกาเฟอีนซึ่งมีทำให้เสพติด แต่มันก็เป็นเครื่องดื่ม
หรือสิ่งเสพติดที่ ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย
และไม่ใช่สิ่งเสพติดแบบผู้ใหญ่ห้ามมิให้เด็กหรือวัยรุ่นแตะต้องเหมือนยาเสพติดชนิดอื่น
ตรงนี้อาจเพราะกาแฟไม่ได้ให้โทษเฉียบพลันทันตาเห็น ไม่มีผลร้ายต่อสุขภาพมากไปกว่า
ทำให้บางคนนอนไม่หลับ และเกิดอาการ ตื่นซึ่งคุณสมบัติอย่างหลังนี้
เป็นคุณสมบัติแรกของกาเฟที่ค้นพบโดยเด็กเลี้ยงแพะในเอธิโอเปีย
พวกเขารายงานต่อนักบวช (เชื่อว่าเป็นมุสลิม)
ว่าเห็นแพะเกิดอาการคึกผิดปกติหลังจากกินใบและผลกาแฟ ได้ยินดังนั้น นักบวชจึงลองกินใบและผลกาแฟบ้าง ผลปรากฏว่า
มันทำให้พวกเขาตาค้าง ผลดีคือ
พวกเขามีเวลาสวดมนต์ในตอนกลางคืนมากกว่าที่เคยดำเนินมา
คุณสมบัติของกาแฟและส่วนผสมของมัน
เป็นที่กังขาของนักวิชาการเคมีอาหารและนักโภชนาการและแน่นอนคนที่ดื่มกาแฟมาเนิ่นนาน สำหรับผู้ดื่มกาแฟด้วยความรักและชื่นชอบ
พวกเขาแทบไม่ใคร่ใส่ใจนักกับผลลัพธ์จากห้องแล็บ หรือการค้นพบสิ่งให้โทษใหม่ ๆ
ผมเองชอบดื่มกาแฟ และเป็นหนึ่งในคนจำพวกนี้ ผมคิดเสียว่า
รายงานเกี่ยวกับพิษของกาแฟ
ก็เช่นเดียวกับรายงานเรื่องโทษของส่วนผสมในอาหารที่เรากินเข้าไป เช่น ไขมัน
กรดไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล กาเฟอีน ฯลฯ ให้ตายเถอะ
ผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าอะไรมันมีประโยชน์และโทษต่อร่างกายส่วนไหน
ที่สำคัญมีรายงานออกมาทุกวัน (ถี่มาก) ว่า วันนี้พวกมันเป็นตัวร้าย
แต่พรุ่งนี้กลายเป็นพระเอกไปเสียแล้ว โดยเฉพาะไอ้ตัวร้ายที่พวกเขาว่าๆ กันนี้
มันจะมีผลมากน้อยต่อคนที่ดื่มกาแฟวันละเกือบหกแก้วอย่างผมตรงไหน ความจริงคือผมไม่สน...แต่ก็นั่นแหละ คนเราเมื่อย่างเข้าวัยกลางคน
ไม่ห่วงสุขภาพตัวเองเสียเลย มันดูกระไรอยู่สังเกตเถอะครับ
คนที่รักษาสุขภาพห่วงสุขภาพและดูแลสุขภาพของตัวเองส่วนใหญ่ อยู่ในวัยกลางคนหรือเลยไปนิดๆ
ทั้งนั้น ปัดโธ่ ! ก็ยังไม่มีใครอยากตายตอนกำลังอยู่ในช่วงเรียกว่า
กำลังเข้าอกเข้าใจโลก (และผู้หญิง) พอดี นะสิครับ...
รายงานล่าสุดจากวารสารการแพทย์ในอเมริกาและเนเธอร์แลนด์เกี่ยวกับกาแฟและคนดื่มกาแฟ
ออกมาให้คนดื่มกาแฟ ได้ เฮ
อีกหน หมายถึง
นอกจากมันไม่มีโทษมากเท่าที่ถูกใส่ร้ายแล้ว
ยังสามารถนับว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย อย่างนี้ไม่เฮ..ได้อย่างไร? รายงานวารสารการแพทย์ทั้งจากนอร์เวย์และอเมริกา ระบุตรงกันว่า
กาแฟมีสารที่เรียกว่า Anti-oxidants อยู่มากกว่าน้ำดื่มผลไม้ เช่น น้ำส้ม
น้ำองุ่น น้ำบลูเบอร์รี่
ในอัตราส่วนเท่ากันเราออกจะแปลกใจเรื่องปริมาณของสารแอนตี้-ออกซิแดนส์ในกาแฟ
จากรายงานของทั้งสองประเทศ Rune Blomhoff นักเขียนและอาจารย์ด้านโภชนาการแห่งมหาวิทยาลัยออสโลกล่าว ในรายงานจากวารสารการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาเขียนว่า กาแฟมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยควบคุมไม่ให้เซลล์อันเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายได้เจริญเติบโต
ที่สำคัญรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า
จำนวนกาแฟที่ดื่มเข้าไปมีส่วนช่วยต่อต้านและควบคุมโรคต่าง ๆ อีกด้วย นั่นหมายถึง
ดื่มมากยิ่งมีประโยชน์มาก นักวิจัยพบว่าผู้ดื่มกาแฟวันละ 4 - 6 แก้ว
สามารถลดอัตราเสี่ยงของโรคเบาหวานและเส้นเลือดอุดตันได้ 28%
ในขณะที่ผู้ดื่มวันละมากกว่า 6 แก้ว สามารถลดอัตราเสี่ยงได้มากถึง 35% และสำหรับคุณผู้หญิงในวัยระหว่าง 50 - 69 ปี จากการทำวิจัย
(ระยะเวลา 15 ปี) ในกลุ่มผู้หญิงวัยดังกล่าวจำนวน 27,000
คน ในมลรัฐไอโอวา พบว่า ผู้ดื่มกาแฟวันละ 1 - 3 แก้ว
สามารถช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดและหัวใจได้มากถึง 24%
เมื่อเทียบกับผู้ไม่ดื่มเลย อย่างไรก็ดี รายงานตรงกันของทั้งอเมริกาและนอร์เวย์ก็คือ จำนวนหรือปริมาณการดื่มกาแฟ
ที่มากเกินไป คือมากกว่า 6 แก้วต่อวัน กลับไม่ส่งผลที่ดีกว่า กล่าวคือ
ดื่มประมาณ 3 - 6 แก้ว ถือเป็นจำนวนเหมาะสมผมไม่แนะนำให้ใครดื่มกาแฟมากขึ้น
เพื่อเลี่ยงปัญหาสุขภาพดังกล่าว แต่ตามหลักฐานบอกว่า
การดื่มกาแฟไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ร็อบ แวน แดม
(Rob Van Dam) นักวิทยาศาสตร์จากฮาร์วาร์ดและผู้นำการทำวิจัยรายงานดังกล่าวตบท้าย
สุดท้าย มีของฝากคนดื่มกาแฟเม็ดที่บ้าน
กากกาแฟที่เหลืออย่าทิ้งลงถังขยะ ถ้าบ้านของท่านมีสวนหรือเลี้ยงต้นไม้ เอาไปเทใต้ต้นไม้
ต้นโน้นบ้างต้นนี้บ้าง ผมทำมาระยะหนึ่งแล้ว ผลก็คือ
ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อปุ๋ยอีกเลย รู้ถึงประโยชน์ของกาแฟว่ามีมากขนาดนี้
ก็ไม่ควรดื่มแต่กาแฟชนิดข้าวปลาไม่กิน ที่สำคัญ ออกกำลังกายเสียบ้าง
จะยิ่งดีต่อสุขภาพนะขอรับ ที่มา
กรุงเทพธุรกิจ
|
|
|
|
ดื่มในปริมาณที่เหมาะลดการเสี่ยงหัวใจวายฉับพลัน กาแฟเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากต้นกาแฟ
ซึ่งนำเมล็ดมาคั่ว และกาแฟก็ได้รับความนิยมกันมากสำหรับคนทำงาน
หรือดื่มเป็นของว่างในยามพบปะสังสรรค์
คนส่วนใหญ่จะนิยมดื่มในรูปของกาแฟสดกันมากกว่าเพราะมีรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่า
และสำหรับคนที่ไม่มีเวลาก็อาจดื่มเป็นกาแฟสำเร็จรูปที่พร้อมชงดื่มเลย เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา
กาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนถูกโจมตีว่า ทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิต
เป็นหมัน ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แท้งได้หรือทารกน้ำหนักน้อย
เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซีสต์ในเต้านม และกระดูกพรุน
แต่ข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่าการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2
ถ้วยนั้นปลอดภัย และอาจให้ผลดี ถ้าดื่มให้เป็น
กาแฟสดจากธรรมชาติ
มีผลดีต่อสุขภาพเพราะมีตัวต้านอนุมูลอิสระ
ยังยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน
ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำ
และสำหรับนักกีฬาเพิ่มความทนและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน แถบทำให้ผิวสดใส สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพราะต้องการแก้ง่วง
ก็ควรดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน แต่บ่อยขึ้น
กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาทีและจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง
6 ชั่วโมงกว่าที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย
แต่ถ้าดื่มมากไปอาจเป็นผลต่อร่างกายอาจทำให้นอนไม่หลับ และร่างกายอ่อนเพลียได้ เมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง
4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพรและไวน์แดงอีก
ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ
แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วยและแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากันขึ้นกับชนิดของกาแฟ
คนที่ดื่มกาแฟอย่าเพิ่งดีใจไปว่ากาแฟนั้นสามารถต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย
และสามารถต้านโรคต่าง ๆ ได้ แต่ในกาแฟก็มีโทษเหมือนกัน เพราะองค์ประกอบหลักของกาแฟคือสารคาเฟอีน
ซึ่งเป็นเป็นสารกระตุ้น จึงมีผลต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจพอสมควร
โดยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพิ่มความดันโลหิต
และทำให้หัวใจเต้นผิดปกติในบางครั้ง และการดื่มกาแฟมากอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันในผู้ที่มียีนขจัดคาเฟอีนช้า
ทำให้คาเฟอีนอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น
แต่สำหรับคนที่มียีนปกติที่ขจัดคาเฟอีนได้เร็วกาแฟก็จะไม่มีผลต่อร่างกาย สำหรับผู้ที่เลี่ยงกาแฟอยู่แล้ว
ไม่ควรหันมาดื่มเพียงเพื่อต้องการผลดีจากคาเฟอีน โดยเฉพาะคนที่ร่างกายไวต่อกาแฟ การดื่มอาจยิ่งเพิ่มผลเสีย
เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ
กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเกินควร ทำให้ปวดท้อง
และเป็นสารขับปัสสาวะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น
ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มกาแฟควรดื่มน้ำตามไปชดเชยด้วย สารคาเฟอีนเป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารอื่นด้วย
เช่นใบชา เมล็ดโคลา โกโก้
ช็อคโกแลต น้ำอัดลมสีดำ และยาบางชนิด
ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินควร จึงต้องตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเองเสมอ สิ่งที่พึงระวังสำหรับคนที่ดื่มกาแฟ
ถ้าต้องเลือกกาแฟสกัดคาเฟอีน ควรเลือกชนิดที่ใช้กระบวนการสกัดธรรมชาติ
และไม่ควรดื่มกาแฟให้มากเกินไป ถ้าเป็นไปได้ดื่มวันละ 1-2 แก้วก็น่าจะเหมาะ เรียบเรียงโดย : ขจรพรรณ ชัยเดช Team Content
www.thaihealth.or.th |
|
|
|
เครื่องดื่มในตอนเช้าของทุกคนส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารประเภทเครื่องดื่มเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งเครื่องที่คนส่วนใหญ่นึกถึงในระดับต้นๆคงจะหนีไม่พ้น ชา กาแฟ นม
เครื่องดื่มธัญญาหารต่าง ๆ ที่มีให้เลือกตามชอบ นักวิจัยโรงเรียนสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมินเนโซตาของอเมริกา
ศึกษาพบว่า กาแฟที่ปลอดคาเฟอีนมีส่วนสัมพันธ์
กับโอกาสของการป่วยเป็นเบาหวานได้ยาก จากการศึกษาที่ได้ทำกับผู้หญิงชาติเดียวกัน
จำนวน 28,000 คน พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟไร้คาเฟอีนวันละ 6
ถ้วย จะเสี่ยงกับการเป็นเบาหวานต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม 22%
และหากเป็นผู้ที่ดื่มเกินวันละ 6 ถ้วยขึ้นไป จะหนีห่างได้ นักวิจัยยังได้ พยายามศึกษาว่า
อาจมีส่วนประกอบในกาแฟที่ไร้คาเฟอีนอย่างอื่น มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่หรือไม่
เพราะในกาแฟมีแร่ธาตุอื่นๆอีก เช่น แมกนีเซียม
ซึ่งอาจจะช่วยส่งเสริมการควบคุมโลหิต แต่จากข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาทั้งหมด
ก็ยังหาไม่พบว่าเกี่ยวพันอันใด กาแฟยังมีส่วนผสมของพฤกษเคมี พวกสารที่ทำให้เกิดการเปลี่ยน
แปลงทางเคมีในพืชอีกหลายอย่าง ซึ่งดูเหมือนว่าล้วนแต่ทรงสรรพคุณในการล้างพิษสูง
นักวิจัยกล่าวให้ ความเห็นว่า
พวกเหล่านี้อาจจะช่วยคุ้มครองเซลล์ซึ่งผลิตอินซูลินในตับไม่ให้เป็นอันตราย
เป็นการป้องกันหรือช่วยยับยั้งโรคเบาหวาน. แต่ถึงกาแฟจะให้ประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าการดื่มกาแฟที่ขาดความพอดีหรือไม่ระวังในการดื่มกาแฟก็อาจจะสร้างปัญหาต่อสุขภาพต่อคุณได้เช่นกัน |