หลากหลายเรื่องราวเกี่ยวกับ ….กาแฟ

เหมือนเป็นประเพณีของบ้านเราไปแล้ว ในการรับรองแขก หรือวงสนทนาจนเกิดเป็นคำเรียกติดปากว่า สภากาแฟ กันไปแล้วนะคะ

ขอรวบรวมเรื่องราว บทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ มาให้อ่านกัน ก็มีบ้างที่แสดงว่ากาแฟก็มีประโยชน์ หรือ และก็มีบ้างที่แสดงให้เห็นถึงผลเสียมากมายของแกแพนะคะ ลองมาดูกันดีกว่าคะ

 

น้ำชา…กาแฟผลดีหรือผลเสียต่อสุขภาพ

กาแฟ …เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ของคุณจริงหรือ?

ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ

กาแฟ กับโรคเบาหวาน

 

 

 

 

น้ำชา..กาแฟ ผลเสียผลดีต่อสุขภาพ

 

น้ำชา-กาแฟเป็นแฟชั่นในการรับรองแขกตามสำนักงาน เราสังเกตเห็นตามร้านค้าจะมีคนนั่งจับกลุ่มคุยกันกับการจิบกาแฟไปพลางด้วยคุณสมบัติอันหอมกรุ่น รสชาติที่ขมแต่อร่อย

                                                           

                  ซึ่งถ้าพูดไปแล้วประสิทธิภาพช่วยสร้างความสดชื่นให้ผู้ดื่มได้ ทำให้น้ำชา กาแฟเป็น เครื่องดื่มสากลนานาชาติ แต่ทางการแพทย์พบว่า เครื่องดื่มประเภทน้ำชากาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์เพราะสารคาเฟอีนใน ชา กาแฟมีผลเสพติดอ่อนๆคือดื่มแล้วจะติด พอเวลาไม่ได้ดื่มจะหงุดหงิด มือสั่น ใจสั่น สารคาเฟอีนนี้มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ซึ่งนอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมของยาประเภท ลดไข้บรรเทาปวดอีกด้วย

 

กาแฟ อาหาร                  ผู้ที่ได้รับคาเฟอีนมากเท่าไร ผลร้ายที่มีต่อร่างกายก็มีมากขึ้นเท่านั้น เมื่อคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ แล้วกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ เช่นสมอง หัวใจ ตับ ปอด กล้ามเนื้อต่างๆ และระบบประสาทส่วนกลาง ร่างกายจะใช้เวลากว่า 48 ชั่วโมง ในการสลายคาเฟอีน

 

                     ถ้าร่างกายได้รับ คาเฟอีนจำนวนสูงประมาณ 3,000 - 10,000 มิลลิกรัม จะทำให้ตายในระยะอันสั้นได้ ถ้าเราดื่มกาแฟประมาณ 1/2 - 2 1/2 ถ้วย (50 - 200 มิลลิกรัม) ลดความเมื่อยล้าได้ประมาณครึ่งวัน หรือดื่มกาแฟขนาด 3 - 7 ถ้วย (200 - 500 มิลลิกรัม) ทำให้มือสั่น กระวนกระวายโกรธง่าย และปวดศีรษะ มีผลต่อหัวใจและเส้นเลือดคลายตัวหรือบีบรัดมากขึ้นเป็นบางแห่ง กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจ อาจเพิ่มลดอัตราการเต้นของหัวใจ อันตรายต่อผู้ป่วยที่ดื่มกาแฟมากๆ จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นหย่อมๆ คาเฟอีนมีผลทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ไตรกลีเซอร์ไรด์สูงกรดไขมันอิสระสูง จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีไขมัน ในเลือดสูง ฤทธิ์ของคาเฟอีนเพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคไตไม่ทำงาน

 

                    ผู้ที่ดื่มกาแฟ น้ำชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสมอยู่ รวมถึงการใช้ยาที่มีคาแฟอีนผสมอยู่รวมถึงการใช้ยาคาเฟอีนจนติดเป็นนิสัย จึงมีระดับคงทนต่อฤทธิ์คาเฟอีนสูงขึ้น โดยที่คาเฟอีนจะมีฤทธิ์ต่อร่างกายน้อยกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการของประสาทตื่นตัว ปวดศีรษะ และปวดกระเพาะ ความทนทานนี้จะลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น การหยุดดื่มกาแฟจะมีผลทำให้ปวดศีรษะ กระวนกระวายโกรธง่าย และไม่สนใจ สิ่งแวดล้อม

 

                    สำหรับสตรีมีครรภ์นั้นไม่ควรดื่ม ชา กาแฟ โดยเด็ดขาด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าคนเราควรได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับประมาณ 2 ถ้วย ( คือ กาแฟ 1 ถ้วย ใส่ผงกาแฟสำเร็จรูป 2 ช้อนชา น้ำประมาณ 1 ถ้วย) เวลาที่เหมาะสมจะดื่มชากาแฟนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน บางคนดื่มตอนเช้าเพื่อให้ลำไส้กระปรี้กระเปร่า ถ่ายสะดวก แต่จะทำให้หิวเร็วกว่าปกติ เพราะกาแฟจะกระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย

 

                  เพราะฉะนั้นไม่ควรดื่มกาแฟแทนอาหารเช้า และ หันมาดื่มนมแทนจะดีกว่า ถ้าคนที่นอนหลับยาก หรือมีภารกิจต้องตื่นแต่เช้า ก็ไม่ควรดื่มกาแฟหลังอาหารเย็นวันนั้น จะเห็นว่ากาแฟนั้นมีทั้งผลดีผลร้ายกับร่างกาย ดังนั้นผู้ที่ไม่ได้อยู่ในข่ายต้องห้าม ก็อาจดื่มเป็นประจำทุกวันได้ แต่ต้องกำจัด ปริมาณให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม

 

ที่มา :http://www.thaihealth.or.th/news.php?id=1107&PHPSESSID=8206f85120bd1986872f58f6844a8e26

 

กาแฟ …เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ของคุณจริงหรือ?

เอ่ยถึงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จะมีสักกี่คนนึกถึง กาแฟทั้งนี้เพราะกาแฟ มีภาพลักษณ์ที่แม้ไม่ใช่เครื่องดื่มบั่นทอนสุขภาพ แต่ได้ชื่อว่า เป็นเครื่องดื่มมีส่วนผสมของ กาเฟอีน

 

 

ส่วนผสมสำคัญที่ว่า ไม่ใคร่ดีต่อผู้เสพอันที่จริงสีสันและกลิ่นของกาแฟ แตกต่างจากเครื่องดื่มให้โทษต่อร่างกายชนิดอื่น หรือพูดอีกที แม้ถูกมองว่ามีส่วนผสมของกาเฟอีนซึ่งมีทำให้เสพติด แต่มันก็เป็นเครื่องดื่ม หรือสิ่งเสพติดที่ ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย และไม่ใช่สิ่งเสพติดแบบผู้ใหญ่ห้ามมิให้เด็กหรือวัยรุ่นแตะต้องเหมือนยาเสพติดชนิดอื่น

กาแฟ... เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  ของคุณจริงหรือ ?  คุณภาพชีวิต 

 

ตรงนี้อาจเพราะกาแฟไม่ได้ให้โทษเฉียบพลันทันตาเห็น ไม่มีผลร้ายต่อสุขภาพมากไปกว่า ทำให้บางคนนอนไม่หลับ และเกิดอาการ ตื่นซึ่งคุณสมบัติอย่างหลังนี้ เป็นคุณสมบัติแรกของกาเฟที่ค้นพบโดยเด็กเลี้ยงแพะในเอธิโอเปีย พวกเขารายงานต่อนักบวช (เชื่อว่าเป็นมุสลิม) ว่าเห็นแพะเกิดอาการคึกผิดปกติหลังจากกินใบและผลกาแฟ

 

 

ได้ยินดังนั้น นักบวชจึงลองกินใบและผลกาแฟบ้าง ผลปรากฏว่า มันทำให้พวกเขาตาค้าง ผลดีคือ พวกเขามีเวลาสวดมนต์ในตอนกลางคืนมากกว่าที่เคยดำเนินมา คุณสมบัติของกาแฟและส่วนผสมของมัน เป็นที่กังขาของนักวิชาการเคมีอาหารและนักโภชนาการและแน่นอนคนที่ดื่มกาแฟมาเนิ่นนาน

 

 

สำหรับผู้ดื่มกาแฟด้วยความรักและชื่นชอบ พวกเขาแทบไม่ใคร่ใส่ใจนักกับผลลัพธ์จากห้องแล็บ หรือการค้นพบสิ่งให้โทษใหม่ ๆ ผมเองชอบดื่มกาแฟ และเป็นหนึ่งในคนจำพวกนี้ ผมคิดเสียว่า รายงานเกี่ยวกับพิษของกาแฟ ก็เช่นเดียวกับรายงานเรื่องโทษของส่วนผสมในอาหารที่เรากินเข้าไป เช่น ไขมัน กรดไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล กาเฟอีน ฯลฯ

 

 

ให้ตายเถอะ…ผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าอะไรมันมีประโยชน์และโทษต่อร่างกายส่วนไหน ที่สำคัญมีรายงานออกมาทุกวัน (ถี่มาก) ว่า วันนี้พวกมันเป็นตัวร้าย แต่พรุ่งนี้กลายเป็นพระเอกไปเสียแล้ว โดยเฉพาะไอ้ตัวร้ายที่พวกเขาว่าๆ กันนี้ มันจะมีผลมากน้อยต่อคนที่ดื่มกาแฟวันละเกือบหกแก้วอย่างผมตรงไหน

 

 

ความจริงคือผมไม่สน...แต่ก็นั่นแหละ คนเราเมื่อย่างเข้าวัยกลางคน ไม่ห่วงสุขภาพตัวเองเสียเลย มันดูกระไรอยู่สังเกตเถอะครับ คนที่รักษาสุขภาพห่วงสุขภาพและดูแลสุขภาพของตัวเองส่วนใหญ่ อยู่ในวัยกลางคนหรือเลยไปนิดๆ ทั้งนั้น

 

 

ปัดโธ่ ! ก็ยังไม่มีใครอยากตายตอนกำลังอยู่ในช่วงเรียกว่า กำลังเข้าอกเข้าใจโลก (และผู้หญิง) พอดี นะสิครับ... รายงานล่าสุดจากวารสารการแพทย์ในอเมริกาและเนเธอร์แลนด์เกี่ยวกับกาแฟและคนดื่มกาแฟ ออกมาให้คนดื่มกาแฟ ได้ เฮ…อีกหน หมายถึง นอกจากมันไม่มีโทษมากเท่าที่ถูกใส่ร้ายแล้ว ยังสามารถนับว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้อีกด้วย อย่างนี้ไม่เฮ..ได้อย่างไร?

 

 

รายงานวารสารการแพทย์ทั้งจากนอร์เวย์และอเมริกา ระบุตรงกันว่า กาแฟมีสารที่เรียกว่า Anti-oxidants อยู่มากกว่าน้ำดื่มผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำองุ่น น้ำบลูเบอร์รี่ ในอัตราส่วนเท่ากันเราออกจะแปลกใจเรื่องปริมาณของสารแอนตี้-ออกซิแดนส์ในกาแฟ จากรายงานของทั้งสองประเทศ” Rune Blomhoff นักเขียนและอาจารย์ด้านโภชนาการแห่งมหาวิทยาลัยออสโลกล่าว

 

 

ในรายงานจากวารสารการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาเขียนว่า กาแฟมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยควบคุมไม่ให้เซลล์อันเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายได้เจริญเติบโต ที่สำคัญรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า จำนวนกาแฟที่ดื่มเข้าไปมีส่วนช่วยต่อต้านและควบคุมโรคต่าง ๆ อีกด้วย นั่นหมายถึง ดื่มมากยิ่งมีประโยชน์มาก นักวิจัยพบว่าผู้ดื่มกาแฟวันละ 4 - 6 แก้ว สามารถลดอัตราเสี่ยงของโรคเบาหวานและเส้นเลือดอุดตันได้ 28% ในขณะที่ผู้ดื่มวันละมากกว่า 6 แก้ว สามารถลดอัตราเสี่ยงได้มากถึง 35%

 

 

และสำหรับคุณผู้หญิงในวัยระหว่าง 50 - 69 ปี จากการทำวิจัย (ระยะเวลา 15 ปี) ในกลุ่มผู้หญิงวัยดังกล่าวจำนวน 27,000 คน ในมลรัฐไอโอวา พบว่า ผู้ดื่มกาแฟวันละ 1 - 3 แก้ว สามารถช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดและหัวใจได้มากถึง 24% เมื่อเทียบกับผู้ไม่ดื่มเลย

 

 

อย่างไรก็ดี รายงานตรงกันของทั้งอเมริกาและนอร์เวย์ก็คือ จำนวนหรือปริมาณการดื่มกาแฟ ที่มากเกินไป คือมากกว่า 6 แก้วต่อวัน กลับไม่ส่งผลที่ดีกว่า กล่าวคือ ดื่มประมาณ 3 - 6 แก้ว ถือเป็นจำนวนเหมาะสม“ผมไม่แนะนำให้ใครดื่มกาแฟมากขึ้น เพื่อเลี่ยงปัญหาสุขภาพดังกล่าว แต่ตามหลักฐานบอกว่า การดื่มกาแฟไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ” ร็อบ แวน แดม (Rob Van Dam) นักวิทยาศาสตร์จากฮาร์วาร์ดและผู้นำการทำวิจัยรายงานดังกล่าวตบท้าย…

 

 

สุดท้าย มีของฝากคนดื่มกาแฟเม็ดที่บ้าน กากกาแฟที่เหลืออย่าทิ้งลงถังขยะ ถ้าบ้านของท่านมีสวนหรือเลี้ยงต้นไม้ เอาไปเทใต้ต้นไม้ ต้นโน้นบ้างต้นนี้บ้าง ผมทำมาระยะหนึ่งแล้ว ผลก็คือ ไม่ต้องเสียสตางค์ซื้อปุ๋ยอีกเลย

 

รู้ถึงประโยชน์ของกาแฟว่ามีมากขนาดนี้ ก็ไม่ควรดื่มแต่กาแฟชนิดข้าวปลาไม่กิน ที่สำคัญ ออกกำลังกายเสียบ้าง จะยิ่งดีต่อสุขภาพนะขอรับ

 

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

           55

 

 

ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ

…

ดื่มในปริมาณที่เหมาะลดการเสี่ยงหัวใจวายฉับพลัน

 

            กาแฟเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากต้นกาแฟ ซึ่งนำเมล็ดมาคั่ว และกาแฟก็ได้รับความนิยมกันมากสำหรับคนทำงาน หรือดื่มเป็นของว่างในยามพบปะสังสรรค์  คนส่วนใหญ่จะนิยมดื่มในรูปของกาแฟสดกันมากกว่าเพราะมีรสชาติที่กลมกล่อมมากกว่า และสำหรับคนที่ไม่มีเวลาก็อาจดื่มเป็นกาแฟสำเร็จรูปที่พร้อมชงดื่มเลย

 

เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา กาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนถูกโจมตีว่า ทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิต เป็นหมัน ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แท้งได้หรือทารกน้ำหนักน้อย เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซีสต์ในเต้านม และกระดูกพรุน แต่ข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่าการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วยนั้นปลอดภัย และอาจให้ผลดี ถ้าดื่มให้เป็น

อาหาร,กาแฟ,กาแฟอีน,สุขภาพเสี่อม,สุขภาพ,ร่างกาย,sex,love.ดื่มแล้วนอนไม่หลับ,นอนไม่หลับ,กาแฟธรรมชาติ

กาแฟสดจากธรรมชาติ มีผลดีต่อสุขภาพเพราะมีตัวต้านอนุมูลอิสระ ยังยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำ และสำหรับนักกีฬาเพิ่มความทนและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน แถบทำให้ผิวสดใส

 

สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพราะต้องการแก้ง่วง ก็ควรดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน แต่บ่อยขึ้น กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาทีและจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่าที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย แต่ถ้าดื่มมากไปอาจเป็นผลต่อร่างกายอาจทำให้นอนไม่หลับ และร่างกายอ่อนเพลียได้

 

เมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง 4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพรและไวน์แดงอีก ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วยและแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากันขึ้นกับชนิดของกาแฟ

 

คนที่ดื่มกาแฟอย่าเพิ่งดีใจไปว่ากาแฟนั้นสามารถต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย และสามารถต้านโรคต่าง ๆ ได้ แต่ในกาแฟก็มีโทษเหมือนกัน เพราะองค์ประกอบหลักของกาแฟคือสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นเป็นสารกระตุ้น จึงมีผลต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจพอสมควร โดยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพิ่มความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นผิดปกติในบางครั้ง

 

และการดื่มกาแฟมากอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันในผู้ที่มียีนขจัดคาเฟอีนช้า ทำให้คาเฟอีนอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น แต่สำหรับคนที่มียีนปกติที่ขจัดคาเฟอีนได้เร็วกาแฟก็จะไม่มีผลต่อร่างกาย

 

สำหรับผู้ที่เลี่ยงกาแฟอยู่แล้ว ไม่ควรหันมาดื่มเพียงเพื่อต้องการผลดีจากคาเฟอีน โดยเฉพาะคนที่ร่างกายไวต่อกาแฟ การดื่มอาจยิ่งเพิ่มผลเสีย เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเกินควร ทำให้ปวดท้อง และเป็นสารขับปัสสาวะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มกาแฟควรดื่มน้ำตามไปชดเชยด้วย

 

สารคาเฟอีนเป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารอื่นด้วย เช่นใบชา เมล็ดโคลา โกโก้  ช็อคโกแลต น้ำอัดลมสีดำ และยาบางชนิด ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินควร จึงต้องตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเองเสมอ

 

สิ่งที่พึงระวังสำหรับคนที่ดื่มกาแฟ ถ้าต้องเลือกกาแฟสกัดคาเฟอีน ควรเลือกชนิดที่ใช้กระบวนการสกัดธรรมชาติ และไม่ควรดื่มกาแฟให้มากเกินไป ถ้าเป็นไปได้ดื่มวันละ 1-2 แก้วก็น่าจะเหมาะ

 

เรียบเรียงโดย : ขจรพรรณ  ชัยเดช Team Content www.thaihealth.or.th

 

 

กาแฟกับโรคเบาหวาน

 

เครื่องดื่มในตอนเช้าของทุกคนส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารประเภทเครื่องดื่มเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเครื่องที่คนส่วนใหญ่นึกถึงในระดับต้นๆคงจะหนีไม่พ้น ชา กาแฟ นม เครื่องดื่มธัญญาหารต่าง ๆ ที่มีให้เลือกตามชอบ

                                                              

               นักวิจัยโรงเรียนสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมินเนโซตาของอเมริกา ศึกษาพบว่า กาแฟที่ปลอดคาเฟอีนมีส่วนสัมพันธ์ กับโอกาสของการป่วยเป็นเบาหวานได้ยาก จากการศึกษาที่ได้ทำกับผู้หญิงชาติเดียวกัน จำนวน 28,000 คน พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟไร้คาเฟอีนวันละ 6 ถ้วย จะเสี่ยงกับการเป็นเบาหวานต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม 22% และหากเป็นผู้ที่ดื่มเกินวันละ 6 ถ้วยขึ้นไป จะหนีห่างได้กาแฟ อาหารมากถึง 33%

 

               นักวิจัยยังได้ พยายามศึกษาว่า อาจมีส่วนประกอบในกาแฟที่ไร้คาเฟอีนอย่างอื่น มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่หรือไม่ เพราะในกาแฟมีแร่ธาตุอื่นๆอีก เช่น แมกนีเซียม ซึ่งอาจจะช่วยส่งเสริมการควบคุมโลหิต แต่จากข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาทั้งหมด ก็ยังหาไม่พบว่าเกี่ยวพันอันใด

 

                กาแฟยังมีส่วนผสมของพฤกษเคมี พวกสารที่ทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงทางเคมีในพืชอีกหลายอย่าง ซึ่งดูเหมือนว่าล้วนแต่ทรงสรรพคุณในการล้างพิษสูง นักวิจัยกล่าวให้ ความเห็นว่า พวกเหล่านี้อาจจะช่วยคุ้มครองเซลล์ซึ่งผลิตอินซูลินในตับไม่ให้เป็นอันตราย เป็นการป้องกันหรือช่วยยับยั้งโรคเบาหวาน.

 

               แต่ถึงกาแฟจะให้ประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าการดื่มกาแฟที่ขาดความพอดีหรือไม่ระวังในการดื่มกาแฟก็อาจจะสร้างปัญหาต่อสุขภาพต่อคุณได้เช่นกัน