โภชนาการกับผู้สูงอายุ

 

 

                         ผู้สูงอายุ เป็นบุคคลที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่สะสมมายาวนาน คุณค่านี้มีมากเป็นที่พึ่งด้านจิตใจให้กับลูกหลานได้เป็นอย่างดีเป็นตัวแทนแห่งคุณภาพด้านต่างๆ เช่น ความขยันขันแข็ง ความดีงามต่างๆ ความอดทน ให้เรายึดถือปฏิบัติ เป็นปูชนียบุคคลให้ลูก หลานได้แสดงความกตัญญูกตเวทีซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในสังคมไทย

 

             แต่ปัจจุบันเรามักมองไม่ค่อยเห็นคุณค่าของ ผู้สูงอายุ เท่าที่ควรจะเป็น ผู้สูงอายุบางส่วนมักจะถูกทอดทิ้ง ทำให้มีปัญหาทางด้านจิตใจ ตามด้วย ปัญหาทางด้านโภชนาการ ความเสื่อมในระบบต่างๆ ของร่างกาย มีความเสี่ยงต่อการได้รับโรคภัยไข้เจ็บ ได้โดยง่าย โรคเหล่านี้ก่อให้เกิดการไร้สมรรถภาพ ทำให้ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาลูกหลาน

 

            โรคขาดสารอาหารหรือภาวะบกพร่องทางอาหาร เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากการยึดมั่นอยู่กับการกินที่ไม่ถูกต้อง ขาดแคลนเงินซื้ออาหาร ไม่มีความอยากอาหาร ระบบการย่อยและดูดซึมเสื่อมสภาพและอารมณ์ที่ผันแปร ว้าเหว่ วิตก กังวล ทำให้ความอยากอาหารลดลง

 

            ผู้สูงอายุ เป็นบุคคลที่ต้องกินอาหารให้ได้สัดส่วนและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เช่น เดียวกับวัยอื่น ๆ คือ มีความต้องการพลังงานและสารอาหารชนิดอื่นๆ เหมือนบุคคลทั่วไป

 

            สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 40-60 ปี ในวัยนี้มักมีน้ำหนักตัวมากเกินมาตรฐาน เพราะจะมีการใช้กำลังงาน น้อยลง และต่อต่างๆ โดยเฉพาะต่อไทรอยด์จะทำงานน้อยลง เมื่อรู้ว่าน้ำหนักเกินควรพยายามลดหรือ ควบคุมน้ำหนักของร่างกายให้คงที่ไม่ให้อ้วนหรือผอมจนเกินไป

 

            สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ความต้องการพลังงานจะลดลง เนื่องจากการทำงานของอวัยวะต่างๆ น้อยลง เช่น การทำงานของกล้ามเนื้อ เป็นต้น ดังนั้น จึงควรเลือกกินอาหารที่ให้พลังงานน้อยล เช่น ลดอาหารประเภทแป้ง และไขมันลงมาก กว่าตอนอายุ 40-60 ปี ลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อลง แต่กินบ่อยขึ้น อาหารมื้อเย็นไม่ควรมากเกินไป ควรกินอาหารเบาๆ และเครื่องดื่ม เช่น นมสัก 1 ถ้วย ก่อนนอน จะทำให้หลับสบาย อาหารประเภท เนื้อสัตว์ รับประทานได้เหมือนเดิม แต่ควรสับหรือต้มเปื่อย เนื้อสัตว์ประเภทปลาจะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น ควรเป็นอาหารอุ่นๆ ถ้ามีน้ำแกงหรือต้มจืดจะช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้ดี อาหารประเภทผัก ควรต้มเปื่อย รับประทานได้เหมือนเดิม หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะจะช่วยในการขับถ่าย ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ จะรับประทานผักและผลไม้น้อยลง ทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งจะ มีผลต่อสารอาหารอื่นๆ ด้วย คือ ทำให้ร่างกายได้รับเหล็กต่ำไปด้วย ทำให้เป็นโรคซีดหรือโลหิตจาง ดังนั้น เพื่อให้การดูดซึมแร่ธาตุเหล็กดีขึ้น จึงควรกินผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง นอกจากนี้ ยังสูง อายุ ยังมีปัญหาเกิดโรคกระดูกพรุน ทั้งนี้ มีสาเหตุจากการกินอาหารที่มีแคลเซียมน้อย จึงควรป้องกัน โดยดื่มนมทุกวัน รับประทานเนื้อสัตว์ ปลาตัวเล็กตัวน้อย กุ้งแห้ง และผักสีเขียวบ้าง เพื่อร่างกายจะได้ รับแคลเซียมไปบำรุงกระดูกให้แข็งแรงไม่เปราะหักง่าย น้ำมีความสำคัญต่อร่างกายผู้สูงอายุมาก เพราะผู้สูงอายุส่วนมากจะดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทำให้คอแห้งมีเสมหะ และการขับถ่ายไม่ดีมักท้องผูก ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรดื่มน้ำประมาณวันละ 6-8 แก้ว เป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ ในพืชผักทุกชนิด จะมีเส้นใยอาหาร ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพเช่นกัน เพราะจะช่วยไม่ให้ท้องผูกขับถ่ายได้สะดวกขึ้น ร่างกายไม่หมักหมมสิ่งบูดเน่า และสารพิษบางอย่างไว้ในร่างกายนานเกินควร รวมทั้ง ยังป้องกันการ เกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้ด้วย จึงควรกินผักเป็นประจำและควรกินผลไม้โดยเฉพาะผลไม้สด

 

            จะเห็นได้ว่าผู้สูงอายุควรมีการดูแลสุขภาพในเรื่องโภชนาการ เช่นเดียวกันกับบุคคลวัยอื่นๆ วัยผู้สูงอายุ เป็นวัยสุดท้ายของชีวิต เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมสลาย แต่เราสามารถทำให้วัยนี้ สดชื่น แจ่มใส และมีคุณค่าได้โดยการมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เพื่อเป็นการชะลอการเสื่อม ของร่างกายมิให้เกิดเร็ว ซึ่งสรุปได้คือ

 

- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยรับ ประทานมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง

- ควบคุมน้ำหนักตัวอย่าให้อ้วน ลดการกินอาหารที่มีไขมันสูง เช่น พวกไขมันจากสัตว์ อาหารที่ ปรุงจากกะทิ และพวกขนมหวานจัด

- ควรรับประทานอาหารเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา

- ดื่มนมพร่องมันเนยทุกวัน

- ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว

- พักผ่อนให้เพียงพอ

- ฝึกการขับถ่ายอย่าให้ท้องผูก โดยรับประทานอาหารประเภท ผัก และผลไม้ อย่าใช้ยาถ่ายตลอด เวลาหรือจะใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น

- งดการสูบบุหรี่ เครื่องดองของเมา กาแฟ

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเหมาะสมกับสภาพของร่างกาย

- มองโลกในแง่ดี ทำจิตใจให้สดใส อารมณ์ดี ไม่มีความเครียดทางอารมณ์และจิตใจ

 

            อย่างไรก็ตามแนวทางในการดูแลตนเองด้านโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุจะสามารถช่วยผู้สูงอายุให้มี ศักยภาพในการพึ่งตนเองได้มากขึ้น เพื่อให้ผู้สูงอายุในปี พ.ศ.2543 เป็นผู้สูงอายุที่มีความรู้ มีความเข้า ใจอันจะนำไปสู่การปฏิบัติตน ของผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวัน และมีสุขภาพสมบูรณ์แข็ง แรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีอันหมายถึงการอยู่เป็นมิ่งขวัญของครอบครัวต่อไป

 

 

 

ที่มา

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข