|
|
|
นอนไม่หลับ
หมายถึงภาวะการนอนหลับไม่เพียงพอ หรือ ไม่มีคุณภาพ แบ่งเป็นลักษณะอาการดังนี้ - เริ่มต้อนเข้านอนแล้วหลับยาก (Initial
Insomnia) - ตื่นบ่อยครั้งระหว่างนอน(Intermittent Insomnia) - ตื่นเช้าตรู่เกินไป (Terminal
Insomnia) - นอนหลับแล้วแต่ไม่รู้สึกไม่สดชื่น |
|
|
|
ระยะของการนอนหลับ |
|
1.
ตื่นตัวเต็มที่(Wakefulness) 2.
NREM sleep or Non RAM sleep(non rapid
eye movement sleep) ประกอบด้วย
4 ระยะ ซึ่งในช่วงนี้กล้ามเนื้อส่วนใหญ่ของร่างกายจะคลายตัว
การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติลดลง ไม่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลูกตา 3.
REM Sleep (rapid eye movement sleep การนอนในช่วงนี้จะมีการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติสูง
หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อควบคุมการทรงตัวคลายตัวมาก
มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลูกตา และเกิดการฝัน การนอนหลับปกติ
เมื่อเข้านอนประมาณ 15-20 นาทีจะเริ่มเคลิ้มหลับ เมื่อเริ่มหลับคลื่นสมองจะเป็น NREM ระยะ 1 และหลับลึกลงเรื่อยๆ 45 นาที ต่อมาจึงเข้าสู่ NREM ระยะ 4 ซึ่งเป็นระยะที่หลับลึกที่สุด หลังจากนั้นอีก 45
นาทีการนอนจะเข้าสู่ช่วง REM แล้วกลับสู่รูปแบบเดิมอีก
ในแต่ละคืนจะเกิดเช่นนี้ 5-6 ครั้ง โดยในช่วงหลัง REM จะนานขึ้น
ส่วน ระยะ 3 และ 4 จะน้อยลง |
|
|
|
ประเภทของการนอนไม่หลับ |
|
1.ชั่วคราว |
|
เป็นการนอนไม่หลับเป็นครั้งคราว
เป็นไม่เกิน 3 สัปดาห์ สาเหตุที่พบบ่อยคือความเครียด
หรือการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม
และร่วมถึงการรับสารที่กระตุ้นประสาทบางชนิด เช่น กาแฟ นิโคติน หรือ
ยาบางชนิด เมื่อสิ่งกระตุ้นหมดไปจะกลับมานอนได้เป็นปกติเหมือนเดิม
ในกรณีนี้อาจใช้ยานอนหลับช่วยได้ 1-2 วัน |
|
2. เรื้อรัง |
|
มีอาการนอนไม่หลับติดต่อกันมากกว่า
3 สัปดาห์ สาเหตุสำคัญมักมาจากโรคประจำตัวต่างๆ
โดยเฉพาะโรคของระบบประสาทและจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้า โรคสมองเสื่อม
ให้การรักษาโดยแก้ที่สาเหตุ นอกจากนี้อาการนอนไม่หลับที่ทราบสาเหตุ(Primary
insomnia) ก็ให้การบำบัดทางจิตเวช และเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน เช่น
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าก็ให้ยาต้านซึมเศร้าที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน |
|
|
|
การรักษาอาการนอนไม่หลับ |
|
การรักษาอาการนอนไม่หลับ
แบ่งเป็น 2 วิธี ได้แก่ 1.การรักษาโดยไม่ใช้ยา 2.การรักษาโดยใช้ยา(ในที่นี้จะไม่พูดถึง) |
|
|
|
การรักษาโดยไม่ใช้ยา |
|
สุขลักษณะของการนอน
(Sleep
hygiene) นอนเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ แต่ไม่นอนเพิ่มอีก
เข้านอนและตื่นนอนให้เปิดเวลา รักษาเวลาปกติสม่ำเสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำ
แต่ไม่ควรออกกำลังกายก่อนนอน เพราะจะทำให้เกิดการตื่นตัว
จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงเสียงดังและอากาศร้อน อย่าให้หิวก่อนนอน
อย่าวิตกกังวล งดกาแฟ บุหรี่ เหล้า หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน การรักษาอาการนอนไม่หลับโดยไม่ใช้ยามีความสำคัญ
และควรเป็นข้อปฎิบัติ ก่อนการรักษาโดยใช้ยา ถ้าอาการนอนไม่หลับไม่รุนแรงจนเกินไป
ปกติจะเริ่มด้วย การปรับพฤติกรรมการนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ |
|
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
(ชา,กาแฟ) หลัง 16.00 น. |
|
- การผ่อนคลาย
เช่น นั่งสมาธิ |
|
- การควบคุมสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม |
|
- ทำให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ร่างกายจะนอนได้ง่ายขึ้น |
|
- การกระตุ้นให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
biological
feed back |
|
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมากเกินไป
เพราะจะทำให้อึดอัด |
|
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาใกล้นอน
เพราะแอลกอฮอล์จะรบกวนการนอนและสามารถทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วไม่สามารถหลับต่อได้ |
|
- เข้านอนให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ
และไม่ดึกเกินไป และหลีกเลี่ยงการนอนในช่วงกลางวัน |
|
- ตั้งนาฬิกาปลุก
และตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน ไม่ว่าจะนอนได้มากหรือน้อยเพียงใด การทำเช่นนี้
จะทำให้ร่างกายคุ้นเคยกับจังหวะการนอน และทำให้การตื่นคงที่ |
|
- ควรจัดห้องนอนให้สะอาด
มีเสียงกวนน้อย แสงไม่สว่างเกินไป อุณหภูมิไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป
เพราะการนอนในห้องที่มีอุณหภูมิพอเหมาะ จะทำให้รู้สึกสบายและหลับได้ดีตลอดคืน |
|
- ออกกำลังกายเป็นประจำในตอนเช้า
หรือ ตอนเย็น ไม่ควรออกกำลังกายในช่วงใกล้เวลานอน |
|
- ถ้านอนไม่หลับให้พยายามรักษาสภาพแวดล้อมการนอนขณะนั้นไว้
เช่น ไม่ควรลุกขึ้นมาเปิดไฟสว่างจ้า หรือออกกำลังกาย
แต่ควรอยู๋ในท่าที่สงบและสบายในความมืดหรือแสงสลัว อาจจะอ่านหนังสือเนื้อหาเบาๆ
ที่ไม่กระตุ้นความคิด จนกระทั้งรู้สึกง่วงอีกครั้งหนึ่ง |
|
Copyright© 2006, It-gateways.com. All rights
reserved |